เมื่อสภาวะเศรษฐกิจทำให้ธุรกิจมีปัญหา เราจะหาเงินทุนอย่างไร

ในการทำธุรกิจหลายคนอาจประสบปัญหาการขาดแคลนเงินสดในการใช้จ่ายในองค์กร จึงต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ในสภาวะฉุกเฉินในระดับหนึ่ง เมื่อเกิดปัญหาภาวะการขาดแคลนเงินสดจึงต้องอาศัยความรู้ด้านต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้

ธนาคารเป็นลำดับแรกที่ผู้ประกอบการมักให้ความสนใจเมื่อบริษัทเกิดขาดแคลนเงินสด แต่ธนาคารมักระมัดระวังในการปล่อยกู้เป็นอย่างมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจยังไม่ประสบปัญหา ธนาคารกลับยื่นข้อเสนอในการกู้ยืมให้มากมาย ทั้งนี้เป็นเพราะธนาคารกลัวว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นทางเราจะไม่สามารถนำเงินมาใช้คืนได้ ซึ่งต่างจากตอนที่ธุรกิจสามารถไปได้ดีและมีกำลังจ่ายสูง แต่อย่างไรก็ตามในการทำธุรกิจต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป เพราะถ้าเราอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะประสบปัญหาเราควรเริ่มติดต่อธนาคารและกู้ยืมไว้ตั้งแต่แรก เพราะธนาคารจะยื่นข้อเสนอดีๆให้กับเราอยู่ เพื่อนำเงินจำนวนนั้นมาหมุนเวียนได้อย่างคล่องตัว โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการคิดว่าในการกู้แต่ละครั้งเป็นการกู้แบบระยะสั้นต้องนำไปคืนธนาคารอยู่ดี ทำให้ไม่ได้สนใจในรายละเอียดของการกู้ยืมมากนัก อีกทั้งดอกเบี้ยอาจทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าของเรามีราคาสูงขึ้น ดังนั้นควรเลือกรูปแบบของการกู้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

ผู้ประกอบการอาจจะขาดแคลนเงินจนไม่สามารถกู้กับทางธนาคารได้ วิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือ การนำของในบริษัทไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไปขายเพื่อแลกกับเงินสดสักก้อน โดยอาจเลือกเป็นสิ่งของที่ไม่ค่อยจำเป็นหรือหาอย่างอื่นมาทดแทนได้ไปก่อน หรือธุรกิจอาจขาดเงินในบางช่วงก็ควรใช้วิธีจำนำแทน แล้วจึงนำเงินสดไปไถ่คืน

การทำธุรกิจไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว การวางแผนถึงอนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็น ทำให้รู้ว่าช่วงไหนจะขาดแคลนเงิน ทำให้เกิดการเตรียมพร้อมไว้ก่อนเมื่อถึงเวลานั้น และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือฐานลูกค้าที่มั่นคง ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท